บุญบั้งไฟ บุญเดือนหก


...บุญบั้งไฟเป็นที่นิยมทำกันเดือน 6 การจัดทำบุญบั้งไฟขึ้นเพื่อบูชาอารักษ์หลักเมือง และบูชาพญาแถนผู้ให้ฝนด้วยเป็น
ประเพณีทำบุญขอฝน ที่ถือปฏิบัติมาแต่โบราณ เชื่อว่า ฟ้าฝนจะอุดมสมบูรณ์ ประชาชน จะอยู่เย็นเป็นสุข มีข้าวปลาอาหาร
บริบูรณ์ ทั้งปราศจากโรคภัย

...การนำเอาดินประสิว (คนอีสานเรียกว่าขี้เจีย) มาโขกหรือบดผสมกับถ่านให้แหลกละเอียด (คนอีสานเรียกว่าหมื่อ) แล้ว
บรรจุลงในกระบอกไม้ไผ่อัดให้แน่น แล้วเจาะรูใส่หางเรียกว่าบั้งไฟ การทำบุญให้ทานและมีความเกี่ยวข้องกับบั้งไฟ เรียกว่า
"บุญบั้งไฟ" อีกอย่างหนึ่งท่านเรียกว่า "บุญเดือนหก" เพราะมีกำหนดทำกันในเดือนหก
 

จุดประสงค์ของการทำบุญบั้งไฟ

...เพื่อเป็นการสักการะบูชาพระยาแถน ซึ่งเชื่อว่าเป็นเทพเจ้าแห่งฝน ถ้าได้จุดบั้งไฟขึ้นไปบูชาเทพเจ้าองค์นี้แล้วจะบันดาลให้
ฝนตกลงมา ตามฤดูกาลและมีปริมาณเพียงพอแก่การปลูกพืชพันธุ์ ธัญญาหาร 

...การเอาบุญบั้งไฟในเดือนหกนั้น เกิดจากความเชื่อที่ว่า พระยาคันคากได้ทำสัญญาสงบศึกกับพระยาแถน หลังจากที่ต่อสู้
กันแล้ว พระยาแถนเกิดพ่ายแพ้และยอมเป็นเมืองส่วย (เมืองขึ้น) จะมอบบรรณาการด้วยการแต่งฝนฟ้าให้ทุกปี ซึ่งพอเมื่อถึง
เดือนหก คนในเมืองมนุษย์ก็จะจุดบั้งไฟขึ้นไปเตือนพระยาแถน เพื่อให้รู้ว่าถึงฤดูทำนาแล้วและให้พระยาแถนแต่งฝนให้

...นอกจากนี้ บางท้องถิ่นถือว่าการจุดบั้งไฟเป็นการเสี่ยงทายว่าฟ้าฝนปีนี้จะเป็นอย่างไร โดยการสังเกตจากบั้งไฟที่จุด หากว่า
บั้งไฟขึ้นดีไม่มีเหตุขัดข้องก็ถือว่าฟ้าฝนในปีนี้ ดีแต่ทว่าบั้งไฟไม่ขึ้นหรือมีอุปสรรคถือว่าฟ้าฝนในปีนั้นไม่ค่อยจะดี และมักจะมี
การหามเอาช่างที่ทำบั้งไฟที่ไม่ขึ้นโยนลงบ่อโคลน เป็นการลงโทษและเป็นที่สนุกสนาน เกี่ยวกับประเพณีความเชื่อในเรื่องนี้
ชาวอีสานได้ปฏิบัติเป็นประเพณีมาจนถึงปัจจุบันนี้
 
พิธี

...ชาวบ้านจะประชุมตกลงกันกำหนดวันนัดหมายวันที่จะทำบุญบั้งไฟ
ผู้ที่เป็นช่างจะจัดหาไม้ไผ่มาทำบั้งไฟ เอาถ่านคั่วขี้เจีย (ดิน)ประสมตำ
เป็นหมื่อ การทำบั้งไฟมาแข่งขันกัน แบ่งออกตามขนาดที่กำหนด เช่น
บั้งไฟฟมื่น จะมีหน้ำหนักประมาณ 12 กิโลกรัม บั้งไฟแสน จะมีน้ำหนัก
ประมาณ 120 กิโลกรัม บั้งไฟพลุ (มีต้นตำรับแบบลูกระเบิด) เมื่อถึงวัน
รวม ชาวบ้าน ญาติโยมจะทำบุญเลี้ยงพระเพล และตอนประมาณบ่าย 3
โมงเย็น ทางวัดจะตีกลองเป็นสัญญาณบอกให้ทุกๆ คนนำบั้งไฟมารวม
กันที่วัดแล้วเริ่มตั้งขบวนแห่โดยเริ่มจากจุดใด จุดหนึ่งซึ่งเป็นจุดเริ่มต้น
ขบวนแห่ แล้วก็นำรถที่บรรทุกใส่บั้งไฟเป็นขบวนแห่ให้ประชาชนดูรอบๆ
แล้วนำไปไว้ที่วัดในการแข่งขันบั้งไฟจะมีคนมาร่วมขบวนแห่จำนวนมาก


...คำเซิ้งบั้งไฟยกตัวอย่างมาให้ดูดังนี้

" โอเฮาโอ พวกฟ้อนเฮาโอ บั้งไฟหมื่นของพญาแถน
ขึ้นไปเทิงเมืองแมนเถิงที่ชั้นฟ้าสุดแหล่งหล้าเหลียวบ่มีเห็น
ข้ามตาเวนอุดรเป็นเขต ข้ามประเทศเมืองใหญ่หนองหาน
ข้ามภูพานไปแล้วคุณพ่อ ขึ้นก่อด่อสามมื้อบ่ลง
ตำข้าวถงไปนำเอาโลด ช่างแม่นขึ้นโพดเอาโลดเอาเหลือ
จนมีเสือหมูหมาช้างย้าน จนว่าฮ้านซิโปดซิเพ
คักแท้เดบั้งไฟบักส่า ขึ้นจนว่าฝ้าแตกเป็นฝอย
แหงนตาลอยจนว่าตาค้าง พออยากจ้างไผส่องนำเห็นบั้งไฟ "

 

 
 


...การแห่บั้งไฟออกนอกวัดไปแสดงคารวะมเหศักดิ์หลักเมืองและผีปู่ตาหรือผีเจ้าบ้าน ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองหรือหมู่
บ้าน แล้วแห่ไปตามละแวกบ้าน การแห่บั้งไฟจะมีการเซิ้งและฟ้อนรำพร้อมดนตรีพื้นเมืองชนิดต่าง ๆ เช่น กลอง ฆ้อง แคน พิณ
ฯลฯ สำหรับขบวนเซิ้งและคำเซิ้งในประเพณีบุญบั้งไฟ อาจแบ่งออกได้เป็นสามพวก คือ พวกที่มีความรู้และเป็นสำคัญ คำเซิ้งจึง
ไม่พิถีพิถันนักอาจเป็นคำขอและอื่น ๆ ก็ไพเราะ

...อีกพวกหนึ่งมักคือพวกที่มีความรู้และคุณธรรมคำขอเหล้ากินบ้าน และขบวนแห่ก็มักจะจัดตามชอบส่วนอีกพวกหนึ่งมักค่อน
ข้างไปในทางตลกโปกฮา และบางทีคำพูดและกิริยาท่าทางที่แสดงอาจหยาบคาย คือ คำเซิ้ง บางที่เกี่ยวข้องกับอวัยวะเพศและคำ
หยาบปะปนอยู่บ้าง นอกนี้ในขบวนแห่บางทีนำวัตถุบางอย่าง เช่น ไม้ เป็นต้น มาทำรูปอวัยวะเพศของชายหญิงมาประดับตามร่าง
กาย หรือถือแห่ร่วมขบวนไปด้วย และบางทีทำรูปชายหญิงร่วมเมกุนกับบนบั้งไฟขณะที่หามไปก็มี นอกนี้บางคนก็อาจมีการแสดง
ท่าทางหยาบโลนบ้าง แต่การทำเช่นนี้ ส่วนใหญ่ไม่มีใครถือสาหาความ ถือเป็นเรื่องขบขันและสนุกสนานมากกว่า เพราะเคยทำมา
นานคล้ายเป็นประเพณี

 
 

การเตรียมงานบุญบั้งไฟ

...การเริ่มการเตรียมงานจะเริ่มจากชาวบ้านภายในคุ้ม แบ่งงานกันว่า ใครจะทำ
อะไรนับตั้งแต่การจัดทำบั้งไฟ การฝึกหัดการฟ้อนรำประกอบขบวนแห่บั้งไฟ การ
ปลูกปะรำที่พักอาศัยเผื่อแขกที่เชิญมาจากหมู่บ้านอื่น การเตรียมอาหารไว้ทำบุญ
หรือเลี้ยงแขกในงาน นอกจากนี้พ่อแม่มีลูกสาวกก็จะเตรียมตัดชุดลำเซิ้งและชุด
สายที่สุดไว้ให้ ลูกสาวใส่ในวันงาน อุปัชฌาย์ก็จะเตรียมซ้อมนาคเพื่อบวชในงาน
ช่วงนี้จะเป็นช่วงที่ครึกครื้นมาก สถานที่จัดงานสมัยก่อนจะใช้วัดเป็นศูนย์กลางรวบ
รวมราษฎรมาช่วยกันทำบั้งไฟ บั้งไฟแต่ละบั้งจะใช้เวลาทำประมาณสองถึงสามเดือน
จึงจะแล้วเสร็จ เพราะมีพิธีกรรมมากมายเริ่มด้วยการหาฤกษ์ยามในการบรรจุบั้งไฟจะ
เลือกเอาหญิงสาวพรหมจารีย์มาตอกบั้งไฟเป็นคนแรก เพราะมีความเชื่อกันว่าจะทำ
ให้บั้งไฟสูงขึ้น

ประเภทของบั้งไฟ

บั้งไฟโหวด
...บั้งไฟโบดหรือโหวดเป็นบั้งไฟขนาดเล็กตัวกระบอกจะยาวขึ้น ประมาณ ๔-๑๐
นิ้วบรรจุหมื่อหนักประมาณ ๑ ส่วน ๘ ถึง ๑ ส่วน ๒ กิโลกรัม ใช้หางยาวประมาณ
๑-๔ เมตร มีกระบอกไม้ไผ่เล็กๆ มัดวางรอบตัวบั้งไฟ นิยมทำประกอบกันในบั้งไฟ
ใหญ่ ( บั้งไฟหมื่น , บั้งไฟแสน ) ปัจจุบันไม่ค่อยนิยมทำ เพราะไม่มีช่าง

บั้งไฟม้า
...บั้งไฟชนิดนี้เป็นบั้งไฟขนาดเล็กจุดไปตามทิศทางที่กำหนดใช้เส้นลวดเป็นวิถีตรึงไปยังเป้าหมายที่ต้องการ ลักษณะทั่วไป
เป็นบั้งไฟที่ทำจากกระบอกไม้ไผ่ ๑ ปล้อง ขนาดแล้วแต่ต้องการ โดยทั่วไปเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๒ นิ้ว ยาวประมาณ ๑ ฟุต
ทางภาคกลางและภาคอีสานเรียกว่า “ ลูกหนู ” คล้ายม้าที่กำลังวิ่ง ถ้าติดรูปอะไรก็เรียกชื่อไปตามนั้น เป็นคนขี่ม้า รูปวัว แล้วแต่
จะทำรูปอะไร บางครั้งภาคเหนือเรียกว่า บอกไฟยิง

บั้งไฟช้าง
...บั้งไฟชนิดนี้ไม่มีหาง มีชื่ออีกอย่างหนึ่งว่ากระโพกหรือตะโพก เวลาจุดไม่ต้องการให้พุ่งขึ้นไป แต่ต้องการมีเสียงร้องคล้าย
กับช้างร้อง วิธีทำบั้งไฟให้ใช้กระบอกไม้ไผ่ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดยาวเพียงป้องเดียว ให้มีข้อปิดทั้ง ๒ ด้าน ทุบไม้ไผ่ให้แตกเล็ก
น้อย เจาะรู เพื่อบรรจุหมื่อแล้วต่อชนวนเข้ารูแท่งหมื่อทำจากหมื่อถ่าน ๓-๔ อัดลงในไม้ไผ่ขนาดเล็กให้แน่น แล้วผ่าเอาแท่งหมื่อ
ออกมาคล้ายข้าวหลาม ให้ได้แท่งประมาณ ๓ นิ้ว การจุดนั้นนิยมต่อพ่วงชนวนบั้งไฟใหญ่ เวลาจุดชนวนผ่าจะเกิดเสียงดังเหมือน
เสียงช้างร้อง นิยมวางต่อกันเป็นช่วงๆ กระบอก ถ้าต้องการจะให้มีเสียงดังอย่างไรก็จะมีเทคนิคในการทำให้เกิดเสียงนั้นๆ

บั้งไฟจินาย
...บั้งไฟจินายเป็นบั้งไฟขนาดเล็ก ยาวประมาณ ๑-๔ นิ้ว เส้นผ่าศูนย์กลางกว้างประมาณ ๑-๒ นิ้ว มีหางยาวประมาณ ๑ ศอก
เจาะรูที่ใช้จุดชนวนด้านล่าง ไม่ต้องทะลุขึ้นด้านบน เป็นบั้งไฟที่ใช้จุดเพื่อความสวยงามใช้จุดตามประเพณีต่างๆ บางครั้งใช้เมล็ด
ส้มโฮง (สำโรง) โดยเจาะเอาเนื้อในออกแล้วอัดหมื่อเข้าไปแทนปิดด้านบน แล้วเจาะรูชนวนด้านล่างเล็กๆ ใช้ก้านใบมะพร้าวมัด
ติดเป็นหาง เรียกจินายน้อย

บั้งไฟฮ้อยหรือบั้งไฟร้อย
...บั้งไฟชนิดนี้เป็นบั้งไฟธรรมดา ที่บรรจุหมื่อ (ดินปืน) น้อยกว่า ๑๒ กิโลกรัม เป็นบั้งไฟขนาดเล็กใช้จุดเสี่ยงทายในพิธีการ
ขอฝน บุญเบิกบ้าน หรือ จุดถวายแถน เป็นต้น

บั้งไฟหมื่น
...บั้งไฟชนิดนี้เป็นบั้งไฟขนาดกลาง บรรจุดินปืนหนักระหว่าง ๑๒-๑๑๙ กิโลกรัม ขนาดกระบอกกว้าง ๓,๕ นิ้ว ยาวประมาณ
๑๔๐ เซนติเมตร ไม่เกิน ๑๘๐ กิโลเมตร ทำด้วยกระบอกไม้ไผ่กระบอกเล็ก (เหลาเล็ก) กระบอกพลาสติก (เหลาเอสลอน) การ
จุดบั้งไฟแข่งขันส่วนมากเป็นบั้งไฟหมื่น

บั้งไฟแสน
...บั้งไฟชนิดนี้เป็นบั้งไฟขนาดใหญ่ที่สุด บรรจุดินปืนหนัก ๑๒๐ กิโลกรัมขึ้นไป บั้งไฟขนาดนี้ทำยากที่สุดจะต้องอาศัยความ
ชำนาญเป็นพิเศษ เพราะบั้งไฟขนาดนี้หากแตกแล้วจะเป็นอัตรายมาก เพราะฉะนั้นก่อนทำบั้งไฟจะต้องมีพิธีกรรมบวงสรวงให้ถูก
ต้องตามหลักการทำบั้งไฟแสนเสียก่อนจึงจะลงมือทำ เมื่อตกบั้งไฟเสร็จเรียบร้อยแล้วจะมีการตกแต่งประดับประดาบั้งไฟ

บั้งไฟตะไล
...บั้งไฟชนิดนี้ก็คือบั้งไฟจินายขนาดใหญ่นั่นเอง มีความยาวประมาณ ๙-๑๒ นิ้ว รูปร่างกลมมีไม้บางๆ แบนๆ เป็นวงกลม
ครอบหัวท้ายบั้งไฟเมื่อพุ่งขึ้นสู่ฟ้าไปโดยทางขวาง

บั้งไฟตื้อ
...บั้งไฟตื้อหรือบั้งไฟกระแตนั่งตอ เป็นบั้งไฟขนาดเล็กมีหางสั้น วิธีทำ ตัดกระบอกไม้ไผ่ขนาด ๑ นิ้วครึ่ง ยาวประมาณ ๓ นิ้ว
 อัดหมื่อให้แน่นประมาณ ๒ นิ้ว ใช้หมื่อถ่านสามหรือถ่านสี่อัดด้วยเถียดไม้ให้แน่น ต่อหางซึ่งทำจากไม้ไผ่ เหลาเป็นแท่งเล็กๆ ใช้
เลื่อยตัดมุมข้อออกจนเห็นหมื่อ เจาะให้เป็นรูเล็กๆ แล้วติดชนวน เวลาจะจุดเอาหางเสียบลงในแท่นที่ตั้งพอให้ตั้งได้ จุดชนวนจาก
ด้านบน บั้งไฟจะพุ่งและหมุนขึ้นสู่อากาศ เกิดเสียงดังตือๆ เวลาหมุนจะไม่ค่อยมีทิศทาง ใช้จุดในงานศพ เวลาจุดมีอันตรายมาก
ไม่ค่อยนิยมทำกัน

บั้งไฟพลุ
...บั้งไฟพลุ เป็นบั้งไฟที่นิยมจุดในเทศกาลต่างๆ เช่น งานกฐิน งานบุญมหาชาติ หรือ งานเปิดกีฬา ฯลฯ เป็นบั้งไฟที่จุดแล้วทำ
ให้เกิดเสียงดัง ในอดีตนิยมจุดในงานกฐิน เพื่อเป็นการบอกข่าวไปยังพี่น้องประชาชนทั่วไปให้ทราบ
 

 

 

ช่างบั้งไฟจะถูกลงโคลนตม

 
...หลังจากทำการเสี่ยงทายแล้ว ก็จะทำการจุดบั้งไฟเสี่ยง หลังจากนั้นก็จะจุดบั้งไฟที่นำมาแข่งขันบั้งไฟหมื่นและบั้งไฟแสน
การจุดชนวนใช้เวลาไม่กี่นาทีบั้งไฟจะพุ่งไปในอากาศ การขึ้นของบั้งไฟจะมีเสียงดังวี๊ดคล้ายคนเป่านกหวีดหรือเป่ากระบอก ส่วน
บั้งไฟแข่งขันจะจุดหลังบั้งไฟเสี่ยงทาย การจุดบั้งไฟแข่งขัน ถ้าบั้งไฟของคณะใดขึ้นสูงก็เป็นผู้ชนะ ถ้าขึ้นสูงมากก็จะโห่ร้องยินดี
กระโดดโลดเต้นกันอย่างเต็มที่ และจะแบกช่างบั้งไฟเดินไปมา แต่ถ้าบั้งไฟคณะไหนไม่ขึ้นหรือแตกเสียก่อน ช่างบั้งไฟจะถูกลง
โคลนตม ปัจจุบันได้นำธรรมเนียมนี้มาเล่ากันอย่างสนุกสนาน โดยไม่จับเฉพาะช่างเท่านั้น แต่จะไล่จับผู้ที่สนิทคุ้นเคยไปโยนลง
โคลนตม ไม่ว่าบั้งไฟจะขึ้นหรือไม่ขึ้นก็ตามจับโยนทั้งนั้น ช่างทำบั้งไฟเป็นคนจุดเอง หรือบางทีคนในคณะบั้งไฟของตนที่มีความ
ชำนาญจะเป็นคนจุด กรรมการคอยจับเวลาว่าใครขึ้นสูงกว่ากัน การจุดบั้งไฟนี้น่ากลัวมาก บางบั้งแตกบางบั้งก็ขึ้นสูง ในวันจุดบั้ง
ไฟนี้ประชาชนพากันมาดูอย่างคับคั่ง นั่งอยู่ตามร่มไม้เป็นกลุ่มๆ และพนันกันว่าบั้งไฟใครจะชนะ ขึ้นสูงหรือไม่ ตกหรือไม่ เป็นต้น
 

การจุดบั้งไฟ

...ในวันจุดบั้งไฟ เวลาเช้ามีการทำบุญเลี้ยงพระ จะตักบาตรถวาบยภัตตาหารเลี้ยงดูญาติโยม แล้วแห่บั้งไฟ
รอบอุโบสถ เพื่อถวายแก่เทพาอารักษ์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แล้วนำบั้งไฟออกไปที่จัดไว้สำหรับจุดบั้งไฟ การจุดบั้ง
ไฟจะจัดบั้งไฟเสี่ยงทายก่อน เพื่อเป็นการเสี่ยงทายว่า พืชผลการเกษตรประจำปีจะดีเลวหรือไม่ กล่าวทายคือ
บั้งไฟที่เสี่ยงทายจุดไม่ขึ้น (ชุติดค้าง) ก็ทายว่าน้ำประจำปีจะมากและทำให้พืชไร่ในที่ลุ่มเสียหาย ถ้าจุดแล้วขึ้น
ระเบิดกลางอากาศ ทายว่าแผ่นดินจะเกิดความแห้งแล้ง แต่ถ้า บั้งไฟสวยงามและสูง ชาวบ้านจะเปล่งเสียงไช
โยตลอดทั่วบริเวณงาน เพราะมีความเชื่อว่า ข้าวกล้าและพืชไร่ในท้องทุ่งนาจะให้ผลบริบูรณ์

กฎกติกาการเขียนเรื่อง

1. เรืองราว เรื่องเล่า จากการศึกษาค้นคว้าของนักเรียน แล้วเรียบเรียงใหม่ เพื่อนำเสนอบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต
2. การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
3. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม หรือถ้อยคำลามก อนาจาร


เทคโนโลยีสารสนเทศ โรงเรียนพิบูลมังสาหาร อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี 34110
Phiboon Computer Club. Phiboon-Mungsaharn School.
Since  2 January 2004 :: Design For IE Resolution : 1024 x 768
Power By Phiboon ICT.Team.

[ ปิดหน้าต่างนี้ ]